| ข้อมูลท่องเที่ยวเวียดนาม |
|
| ข้อมูลท่องเที่ยว - ข้อมูลท่องเที่ยว |
|
เวียดนาม
อาณาเขต 331,689 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นรูปตัว S ตามแนวฝั่งตะวันตกของทะเลจีนใต้จากเส้นละติจูด 23 ํ 22' เหนือ ถึง 8 ํ 30' เหนือ และลองติจูด 109 ํ 29' ตะวันออก ถึง 102 ํ 10' ตะวันออก ความยาวจากเหนือจรดใต้ 1,650 กิโลเมตร ขนานไปตามแนวยาวของคาบสมุทรอินโดจีน นอกจากนี้ยังมีไหล่เขาและหมู่เกาะต่างๆ อีกนับพันเกาะเรียงรายตั้งแต่อ่าวตังเกี๋ยไปจนถึงอ่าวไทย เนื่องจากแผ่นดินของเวียดนามมีความยาวมาก ทำให้ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ แตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยอาจแบ่งได้เป็น 4 ส่วนคือ ภาคเหนือ ภาคกลาง เขตที่ราบสูง และภาคใต้ ภาคเหนือ จากพื้นที่เหนือสุดถึงจังหวัดกวางบินห์ (Quang Binh) ภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาสูงมากมาย โดยเฉพาะเทือกเขาฟานซีปาน (Fansipan ) ซึ่งสูงถึง 3,143 เมตร สูงที่สุดใน อินโดจีน มีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำกุง (Cung) ซึ่งไหลไปบรรจบกับแม่น้ำแดงเป็นดินดอนสามเหลี่ยมที่อุดมสมบูรณ์ (Red River Delta) เหมาะแก่ การเพาะปลูก เนื่องจากเวียดนามมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่หลากหลาย จึงทำให้เวียด นามมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย มีแม่น้ำไหลผ่านหุบเขาและที่ราบมากกว่า 2,800 สาย โดยเป็นแม่น้ำที่มีความยาวมากกว่า 10 กิโลเมตรกว่า 2,300 สาย มีพื้นที่ป่าเขตร้อนมากถึงร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ รวมถึงป่าชายเลนที่มีพื้นที่ประมาณ 200,000 เฮกตาร์ (1.25 ล้านไร่ ) มีรุกขชาติมากกว่า 7,000 ชนิด แบ่งเป็น 239 สายพันธุ์ เป็นแหล่งกำเนิดน้ำมันยางไม้และพืชสมุนไพรมากมาย ที่ราบสูงเหมาะแก่การปลูกพืชเขตหนาว เช่น กาแฟ ใบชา ปอ นอกจากนี้ เวียดนามยังมีสินแร่ที่ค้นพบแล้วมากกว่า 2,000 ชนิด โดยหลายชนิดมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและมีปริมาณมากพอสำหรับการขุดเจาะในเชิงพาณิชย์ เช่น เหล็ก พบมากในจังหวัดท้ายเหวียน (Thai Nguyen) และในบริเวณลุ่มแม่น้ำแดง ถ่านหิน โดยเฉพาะถ่านหินแอนทราไซต์ที่มีคุณภาพดี ให้ความร้อนสูง ใช้ในอุตสาหกรรมถลุงเหล็ก พบมากในจังหวัด กว๋างนินห์ (Quang Ninh แผนที่ อาณาเขต เมืองหลวง สภาพภูมิอากาศ ภูมิอากาศแบ่งออกได้เป็น 4 ฤดู คือ ชุดประจำชาติ สถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนาม อ่าวฮาลอง (Halong Bay)
อ่าวฮาลอง(Halong Bay) อ่าวฮาลองเป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ยทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ใกล้ชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ในอ่าวฮาลองมีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ภายใน ถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณอ่าวคือ ถ้ำเสาไม้ ซึ่งตั้งชื่อโดยนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ภายในถ้ำประกอบไปด้วยโพรงกว้าง 3 โพรง เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณอ่าว 2 เกาะ คือ เกาะกัดบา และเกาะ Tuan Chau ทั้งสองเกาะนี้มีคนตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างถาวร บนเกาะมีโรงแรมและชายหาดจำนวนมาก ส่วนเกาะขนาดเล็กอื่นๆ บางเกาะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง และบางเกาะยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์หลายชนิด ในตามตำนานพื้นบ้านนั้นได้กล่าวไว้ว่า ระหว่างที่ชาวเวียดนามกำลังต่อสู้กับกองทัพชาวจีน เทพเจ้าได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยปกป้องแผ่นดินเวียดนาม มังกรเหล่านี้ได้ดำดิ่งลงสู่ท้องทะเลบริเวณที่เป็นอ่าวฮาลองในปัจจุบัน ทำให้มีอัญมณีและหยกพุ่งกระเด็นออก อัญมณีเหล่านี้กลายเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วอ่าว เป็นเกราะป้องกันผู้รุกราน ทำให้ชาวเวียดนามปกป้องแผ่นดินของพวกเขาได้สำเร็จและก่อตั้งประเทศซึ่งต่อมาก็คือเวียดนามในปัจจุบัน วิหารวรรณกรรม (Van mieu)
วิหารวรรณกรรม (ภาษาเวียดนาม : Van mieu วันเหมียว) เป็นวัดโบราณของเวียดนาม และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม สร้างขึ้นปี ค.ศ.1070 ซึ่งเป็นยุคของ ราชวงศ์ไล โดยพระเจ้าไล ไท ตอง โปรดฯให้สร้างขึ้น เพื่อเชิดชูคุณธรรม โดยอุทิศให้แก่ขงจื๊อ ปราชญ์ชาวจีน ผู้ยึดมั่นในคุณธรรมความถูกต้อง และในปี 1076 ได้สร้างโรงเรียนสำหรับขุนนาง เพื่อให้เหล่าขุนนางได้ศึกษาเล่าเรียนและสอบเป็นจอหงวน ครั้งเมื่อถึงยุคสมัยของราชวงศ์ตรัน จึงเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าเรียน มหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม ได้เปิดสอนจนถึงปลายศตวรรษที่ 18 และถูกทิ้งให้รกร้าง ปัจจุบันวิหารวรรณกรรมแห่งนี้กลายเป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ และมีการบูรณะซ่อมแซมให้คงความเป็นตัวอย่างวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาว เวียดนามได้เป็นอย่างดี ทะเลสาบคืนดาบ (Ho Hoan Kiem)
ทะเลสาบคืนดาบหรือชื่อเวียดนามว่า ฮว่านเกี๋ยม (Ho Hoan Kiem)ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง เก่าฮานอย โดยมีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่าครั้งอดีตพระเจ้าเลไทโต ได้นำดาบวิเศษซึ่งนำมาต่อสู้กับพวกหมิงจนสามารถปลดปล่อยประเทศให้อิสระแล้ว พระองค์ทรงเรือไปกลางทะเลสาบเพื่อคืนดาบวิเศษให้กับเต่าศักดิ์สิทธิ์ และกล่าวกันว่าเต่าได้ขึ้นมาฉกดาบไปจากพระหัตถ์ของพระองค์ แล้วหายไปในทะเลสาบ อันเป็นเหตุให้ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่าทะเลสาบคืนดาบหากมองไปกลางทะเลสาบจะ เห็นเจดีย์โบราณโผล่ขึ้นพ้นน้ำ สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 มีชื่อเรียกว่า ทาพรัวซึ่งหมายถึงหอคอยเต่าและในปัจจุบันยังมีหลายคนบอกว่าเห็นเต่าขนาดใหญ่ อยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนฤดูกาล เจดีย์เสาเดียว (One Pillar Pagoda)
วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่ เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งตั้งอยู่กลางสระบัว โดยมีตำนานไว้ว่า พระเจ้าหลีไทโต อยากได้โอรสมาก และรอคอยมาเป็นเวลานาน จนมาคืนวันหนึ่ง ทรงสุบิน(ฝัน)ไปว่าเห็นเจ้าแม่กวนอิมพระแม่โพธิสัตว์ ได้มาปรากฎที่สระบัวและได้ประธานโอรสให้กับพระองค์ หลังจากนั้น พระองค์ก็ได้มีพระโอรส จึงได้สร้างเจดีย์ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเสาต้นเดียวกลางสระบัวเพื่อเป็นการถวายสักการะแด่เจ้าแม่กวนอิม ในปี คศ. 1049 ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะมาขอพรให้ได้บุตรกับเจ้าแม่กวนอิมที่เจดีย์เสาเดียวแห่งนี้อยู่เสมอ พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ( Ho Chi Minh Museum )
พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ( Ho Chi Minh Museum ) พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ตั้งอยู่ใกล้กับสุสานโฮจิมินห์ พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ป็นอาคารขนาดใหญ่ทันสมัย ที่สร้างมาเพื่อจัดแสดง รูปภาพ เอกสารต่าง ๆ และข้าวของเครื่องใช้ของลุงโฮเอกสารบางฉบับของโฮจิมินห์นั้น เขียนรายงานถึงปฏิบัติการต่าง ๆ ที่ทำในประเทศไทยด้วยชั้นสองของพิพิธภัณฑ์ เป็นการจัดแสดงแบบดั้งเดิม บันไดระหว่างชั้นสองไปยังชั้นสามนั้น มีอนุสาวรีย์ของโฮจิมินห์ตั้งอยู่บนแท่นแบบพุทธบนชั้นสามนั้นจะเป็นการจัดแสดงแบบร่วมสมัย ที่มีการตกแต่งอย่างงดงามและน่าสนใจ ทำเนียบประธานาธิบดี (Presidential Palace)
ทำเนียบประธานาธิบดี ตั้งอยู่ทางด้านหลังของสุสานโฮจิมินห์เป็นอาคารสีเหลืองในสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส สร้างขึ้นในปี 1901 ปัจจุบันเป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง นอกจากความสวยงามของตัวอาคารแล้วนั้น ภายในบริเวณโดยรอบยังคงความร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ สุสานโฮจินมินห์ (ho chi minh mausoleum)
สุสานโฮจินมินห์ ตั้งอยู่ที่ ถนนฮุงวุงและเลอ ฮองฟอง จัตุรัสบาดิงห์ ซึ่งโฮจินมินห์หรือลุงโฮ ท่านคือวีรบุรษผู้กอบกู้แผ่นดินเวียดนามให้เป็นปึกแผ่นและยังเป็นพ่อที่ใจดีของเด็กๆเวียดนามทุกคน สุสานโฮจินมินห์ ซึ่งจำลองแบบมาจากสุสานของเลนินในกรุงมอสโคว์เมื่อปี 1973 ยังคงเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากชาวเมืองและนักท่องเที่ยว แวะมาสักการะร่างไร้วิญญาณภายในโลงแก้วของท่านโฮจินมินห์กันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี สุสานตั้งอยู่ที่จัตุรัสบาดิงห์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านโฮจินมินห์อ่านคำประกาศอิสรภาพต่อชาวเวียดนามหลังสงครามเดียนเบียนฟูที่กินระยะเวลายาวนานถึง 8 ปีถึงจะสิ้นสุด โบสถ์นอร์ทเธอร์ดาม (notre dame cathedral)
โบสถ์นอร์ทเธอร์ดาม (notre dame cathedral) ตั้งอยู่บริเวณกลางเมือง บนถนน Han Thuyen ได้รับการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2420 ใช้ระยะเวลาการสร้าง 6 ปี โบสถ์นี้ไม่มีการประดับด้วยกระจกสีเหมือนโบสถ์คริสต์ที่อื่น เพราะได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับโบสถ์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเวียตนาม โบสถ์ซึ่งฝรั่งเศสได้จำลองมาจาก โบสถ์นอเธอร์ดามในฝรั่งเศสและนำมาสร้างไว้ที่นี้ โดยปกติวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีคู่บ่าวสาว มากมายมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก รวมทั้งบุคคลทั่วไปก็แวะเวียนเข้ามาชมความสวยงามอย่างไม่ขาดสาย ทะเลทรายมุยเน่ (muine sand dune)
ทะเลทรายมุยเน่ (muine sand dune) เนินทรายที่ใหญ่ที่สุดของเมืองมุยเน่ ขนาดกว้าง 4-5 กม. ทรายจะเป็นทรายละเอียดสีขาว เป็นไฮไลท์สุดยอดของมุยเน่ ทรายสีขาวจะสะท้อนเปลี่ยนสีไปตามแสงแดด สีขาว เหลือง ทอง และ แดง อุโมงค์วินม๊อค (Vinh Moc Tunnels)
อุโมงค์วินม๊อค (Vinh Moc Tunnels) เป็นชาวบ้านวินม๊อคขุดขึ้นเพื่อหลบภัยสงครามที่จังหวัดกว่างตรี(ทางจากด่านลาวบาวมาเว้) หมู่บ้านวินห์ม๊อคอยู่ห่างจากแม่น้ำเบนไห่ 7.5 กิโลเมตร ชาวบ้านเลยขุดอุโมงค์นี้ขึ้นมาใช้เวลาขุดเกือบสองปี หลังจากนั้นก็อยู่ในนั้นมาอีก 6 ปี จนสงครามเลิก ชาวบ้านบ้านอาศัย กิน นอนในนั้น และยังมีเด็กเกินในอุโมงค์ 17 คน โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St. Joseph Cathedral)
โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St. Joseph Cathedral) ตั้งอยู่บนถนนยาจุง (Nha Chung) ทางด้านเหนือของทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม(ทะเลสาบคืนดาบ) เมื่อจักรวรรดิฝรั่งเศสเข้าปกครองเวียดนามและได้จัดการเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ให้ทันสมัยได้ทำให้ความเชื่อและสิ่งก่อสร้างอันเป็นเอกลักษณ์ได้ถูกทำลายทิ้งไปพอสมควร รวมถึงที่นี่ด้วยเพราะก่อนจะสร้างโบสถ์แห่งนี้ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์บ่าวเทียน (Bao Thien) และถูกทำลายลงตอนสร้างโบสถ์เซนต์โจเซฟ ทำให้ที่นี่เป็นโบสถ์เก่าที่สุดในฮานอย |






![]() | วันนี้ | 496 |
![]() | เมื่อวาน | 482 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 978 |
![]() | สัปดาห์ก่อน | 4500 |
![]() | เดือนนี้ | 13759 |
![]() | เดือนที่ผ่านมา | 19980 |
![]() | ทั้งหมด | 256397 |






ความละเอียด 1280 x 1024 pixels
ทดสอบบนบราวเซอร์
Google Chrome ตั้งแต่เวอร์ชั่น 5 ขึ้นไป
Firefox ตั้งแต่เวอร์ชั่น 3 ขึ้นไป
IE ตั้งแต่ เวอร์ชั่น 7 ขึ้นไป

การแสดงผลบนโทรศัพท์มือถือ
